Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

เกี่ยวกับเรา  
ผู้ประกอบการมุสลิม ร่วมใจผลักดัน “สมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม – TMTA”  ผงาดสู่ประชาคมโลก

    “สมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม” เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ครั้งสำคัญในสังคมไทย โดยการร่วมใจจากผู้ประกอบการมุสลิมรุ่นใหม่ ผนึกกำลังสร้างองค์กรที่ไม่แสวงผลกำไร แสดงศักยภาพต่อสังคมไทย และประชาคมโลกในอนาคต เพื่อขานรับการเกิดประชาคมอาเซียน
    เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม  2558 ที่ โรงแรมรีเจนท์ (รามคำแหง 22) ได้มีผู้ประกอบการ เจ้าของกิจการ และนักธุรกิจในสาขาต่าง  ๆ ทั่วประเทศไทย เกือบ 100 คน (ประกอบด้วยกลุ่มธุรกิจ: ที่พัก, ท่องเที่ยว, เสื้อผ้า, อาหาร,สุขภาพ, สื่อ, การเงิน-บัญชี,  งานก่อสร้าง, ไอที, นำเข้า-ส่งออก, เครื่องสำอาง, งานบริการอื่น)  ร่วมกลุ่มจัดตั้งสมาคมนักธุรกิจไทยมุสลิม (Thai Muslim Trade Association : TMTA) ขึ้นเพื่อเป็นแหล่งรวมผู้ประกอบการ นักธุรกิจมุสลิมรุ่นใหม่ที่พร้อมร่วมใจสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมมุสลิมและสังคมไทยโดยรวม
    ทั้งนี้สมาคมฯ จะมีการขับเคลื่อนที่สำคัญ เช่น เป็นศูนย์รวมของนักธุรกิจมุสลิมทั่วประเทศ “ภายใต้แนวคิด: ติดต่อนักธุรกิจมุสลิมในประเทศไทย ให้นึกถึง TMTA” เป็นศูนย์รวมข้อมูล (Thai Muslim Business Data Center) สร้างศูนย์รวมข้อมูลหลักที่สำคัญของธุรกิจมุสลิมไทยในทุกสาขา-อาชีพทั่วประเทศ และเป็นสื่อกลาง (Communication Center)  ในการประสานความร่วมมือระหว่างนักธุรกิจมุสลิมกับหน่วยงานต่าง ๆ ดังเช่น รัฐบาล, ภาคเอกชน หรือรวมไปถึงองค์กรด้านธุรกิจในระดับนานาชาติ

    นายอดุลย์ วงศ์เสงี่ยม ผู้ก่อตั้งและนายกสมาคมฯ เผยว่า องค์กรดังกล่าวเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการมุสลิม ที่ต้องการให้สังคมมุสลิมมีการขับเคลื่อนในการดำเนินงานด้านธุรกิจที่ฮาล้าล (การดำเนินธุรกิจที่ถูกต้องตามหลักการอิสลาม) โดยสมาคมฯ หรือทุกคนที่เข้าร่วมจะมิได้มีเป้าหมายในการแสวงผลกำไรจากองค์กร อีกทั้ง ภารกิจที่สำคัญของทุกคนคือ การจ่ายซะกาต เพราะองค์กรแห่งนี้จะนำเงินซะกาตของนักธุรกิจมุสลิมไปบริหารจัดการให้เป็นรูปธรรมและถูกต้องตามหลักการศาสนบัญญัติ เพื่อให้เป็นแบบอย่างกับองค์กรอื่น ๆ ในประเทศไทยอีกด้วย

    นายอรุณ เลิศธานนท์ รองนายกฯ ส่วนพัฒนาองค์กร เผยว่าขณะนี้ได้ดำเนินการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรแล้ว ในขั้นต้น จะมีการสร้างหน่วยงานหรือเครือข่ายประจำภาคต่าง ๆ ให้ ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคใต้ตอนบน-ล่าง และภาคอีสาน โดยคาดว่าในอนาคตจะมีนักธุรกิจหรือผู้ประกอบการมุสลิมเข้าร่วมเป็นสมาชิกหลายแสนรายในอนาคตอันใกล้นี้ พร้อมกันนั้น จะสร้างโอกาสให้กับสังคมมุสลิม โดยทางสมาคมฯ จะประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินต่าง ๆ ดังเช่น ธนาคารอิสลาม สหกรณ์อิสลาม และกองทุนต่าง ๆ ที่ดำเนินการถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม ในการสร้างจุดแข็งให้เกิดขึ้นกับผู้ประกอบการมุสลิมในประเทศไทย

นายมานพ มานน้อย รองนายกฯ ส่วนกิจกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมของสมาคมฯ แบ่งได้เป็นสองภาคส่วนหลักคือ ส่วนที่หนึ่ง: “ภายใน” กิจกรรมที่สร้างมูลค่าให้กับสมาชิกในสมาคมฯ ดังเช่นการสร้างโอกาสและพันธมิตรทางธุรกิจ ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ช่วยเหลือ ปรึกษาหารือ รวมถึงการวางแผนเพื่อให้ธุรกิจเติบโต แข็งแรงในอนาคต สามารถผนึกกำลังในการต่อรองกับผู้ค้าหรือป้องกันความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจอย่างยั่งยืนได้  ส่วนที่สอง: “ภายนอก” จะมีกิจกรรมที่ทำเพื่อสังคม คือการเป็นหน่วยงานหรือองค์กรมือบน “ผู้ให้” ให้โอกาส ให้ความรู้ ให้แสงสว่าง แก่สังคมหรือผู้สนใจทั่วไปที่กำลังขาดแคลนหรือต้องการการช่วยเหลือ ดังเช่น การจัดตั้งที่ปรึกษา การสร้างองค์ความรู้ การอบรมสัมมนาวิชาการต่าง ๆ  เป็นต้น  โดยทางสมาคมฯ จะมีนักธุรกิจที่ประสงค์จะทำงานจิตอาสาในส่วนต่าง ๆ ของประเทศไทย พร้อมที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือในเรื่องดังกล่าวเป็นต้น

นายมารุต เมฆลอย รองนายกฯ ส่วนสังคม เผยว่า สมาคมฯ มีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะบริหารจัดการเรื่องเงินซะกาตให้เป็นรูปธรรมสูงสุด ในฐานะที่เป็นคนไทย ขณะที่มีงานทำและมีรายได้เป็นเงินเดือนประจำในทุกสิ้นเดือนที่บริษัทจ่ายเงินเดือนให้  ต้องเสียภาษีเงินได้ส่วนหนึ่งให้แก่รัฐตามกฎระเบียบ หากใครหลีกเลี่ยงภาษีก็ถือว่าผิดกฎหมายและหากถูกจับได้ก็จะต้องถูกลงโทษตามที่กฎหมาย  มันเป็นหน้าที่ของพลเมืองไทยทุกคนที่จะต้องช่วยกันทำนุบำรุงและพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งในที่สุดแล้วก็จะส่งผลดีกลับมายังผู้จ่ายนั้นเอง ถนนหนทาง  ไฟฟ้า น้ำระปา การชลประทาน โรงเรียน   อื่น ๆ เหล่านี้ล้วนแต่มาจากภาษีของประชาชนทั้งสิ้น  แต่ในฐานะที่เป็นมุสลิม  นอกจากจะต้องจ่ายภาษีให้แก่รัฐแล้ว ยังต้องจ่ายภาษีศาสนาที่เรียกว่า “ซะกาต” อีกด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการแสดงความเคารพสักการะพระเจ้า

โดยจะมีการนำเงินซะกาตของสมาชิกมาบริหารจัดการให้เป็นระบบ และได้ประโยชน์สูงสุดแก่บุคคลที่สามารถรับเงินซะกาตได้นั้นเอง

นายบัญญัติ ทิพย์หมัด ประธานฝ่ายสื่อสารองค์กร กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้ประกอบการหรือผู้สนใจสามารถเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของสมาคมฯ ได้ในหลาย ๆ ช่องทาง โดยในอนาคตจะมีการเปิดรับสมัครสมาชิกทั่วประเทศไทย ทั้งนี้ปัจจุบันสามารถติดต่อผ่านทางช่องทางโซเชียลมีเดียและเว็บไซต์เป็นสำคัญ
โดยการเข้าร่วมกิจกรรมกับทางสมาคมฯ ได้อย่างไม่มีข้อจำกัดใดทั้งสิ้น ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจต่าง ๆ ร่วมลงทะเบียนเข้าสู่ระบบโดยเร็ว ทั้งนี้คาดว่า ข้อมูลหรือสาระบบธุรกิจมุสลิมจะสามารถก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศชาติในอนาคตอันใกล้นี้ อีกทั้งสมาชิกของสมาคมฯสามารถรับรู้ข่าวสาร ช่องทางและโอกาสต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและทั่วถึงอีกด้วย   การตัดสินใจเข้าร่วมเป็นสมาชิกกับทางสมาคมฯ จึงอาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญอย่างยิ่งต่อธุรกิจของท่านได้เลยทีเดียว
สมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (Thai Muslim Trade Association – TMTA) ถือกำเนิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มนักธุรกิจมุสลิมรุ่นใหม่ที่มีไฟ ความคิดสร้างสรรค์ และความตั้งใจจริงในการก่อตั้งองค์กรที่ไม่หวังผลกำไรให้กลายเป็นศูนย์กลางในการประสานความร่วมมือ ส่งเสริม และพัฒนาธุรกิจของมุสลิมในประเทศไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน www.muslimthaipost.com
-------------------------------------------------------------------
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ TMTA หรือสมัครสมาชิกสมาคมฯ โปรดติดต่อ:
อรุณ เลิศธานนท์ โทร. 089-517-9351
มานพ มานน้อย โทร. 081-685-5967
มารุต เมฆลอย โทร. 085-826-3300


 
Content Name : เว็บลิงค์ 0
Model : Web design v.1.0
 
เครือข่ายเว็บ
Content Name : เครือข่ายเว็บ 0
Model : Web design v.1.0
 
Copyrights © 2009 www.thaiislamiccenter.com All Rights Reserved.
counter